เว็บบอร์ด
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นต้องการสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่ หรือเข้าระบบ คลิกที่นี่
ข้อสอบ ม.5 ภาษาไทย
แบบทดสอบหลังเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ ๑
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ ภาษากับวัฒนธรรม
 
๑. ข้อใดไม่ใช่ธรรมชาติของภาษา
                ๑. ภาษาของสังคมหนึ่งอาจถูกสังคมอื่นยืมไปใช้และสร้างความเจริญให้สังคมใหม่นั้นได้
                ๒. ผู้ใช้ภาษาสามารถแต่งประโยคใหม่ๆ ขึ้นมาได้ทุกวันแม้จะไม่ใช่ประโยคที่เคยเรียนจากพ่อแม่
                ๓. ภาษาประกอบขึ้นด้วยเสียงและความหมาย การศึกษาภาษาพูดจะทำให้รู้ลักษณะแท้จริงของภาษา
                ๔. ผู้ใช้ภาษาจากสังคมหนึ่งจะสามารถเข้าใจภาษาของสังคมอื่นได้ถ้าภาษานั้นมีระบบการเขียนที่แน่นอน
๒. คำประพันธ์จากเรื่องนิราศลอนดอนต่อไปนี้ ข้อใดแสดงวัฒนธรรมไทย
                ๑. เขานำหน้ามายังที่เก้าอี้เคียง          ก็พร้อมเพรียงเสพรสโภชนา
                ๒. สิ้นสำเร็จเสร็จก้มศิโรครัน                ข้างพวกฑูตอภิวันทนาการ
                ๓. มายืนเฝ้าเรียงบำเรอเสนอใน         ประมาณได้สามสิบพอดิบดี
                ๔.  เห็นขนัดทูตเฝ้าเป็นเหล่าหลาย      จึงก้มเกศน้อมนอบยอบพระกาย
๓. บทประพันธ์ต่อไปนี้ให้ความรู้ทางวัฒนธรรมแขนงใด
                                                ดอกก้านแยงช่อหกกระหนกเรียง                        มุกดาเคียงคาดดอกเป็นดวงดี
                กรอบหน้ากรองทองมังกรเกี้ยว                                           ฉลุเขี้ยวแมงทับสลับสี"        
                ๑. การแต่งกาย
                ๒. การแกะสลักไม้
                ๓. การจัดพุ่มดอกไม้
                ๔. การตกแต่งสถานที่
๔. ข้อใดไม่ถูกต้อง
                ๑.            ภาษาเป็นมรดกทางสังคม
                ๒.            ภาษาเป็นเครื่องจรรโลงวัฒนธรรม
                ๓.            ภาษาเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงความเป็นชาติ
                ๔.            ทุกชาติย่อมมีภาษาพูดและภาษาเขียนของตน
 
 
 
 
๕. ข้อใดเป็นสำนวนที่สร้างจากความเชื่อของคนไทย
                ๑.            วันโกนไม่ละ วันพระไม่เว้น
                ๒.            ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว
                ๓.            ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา
                ๔.            น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย
๖. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
                ๑.  ภาษาเกิดก่อนมนุษย์               ๒. ภาษาช่วยพัฒนาความคิด
                ๓.  ภาษาใช้สร้างงานศิลปะ                                 ๔. ภาษาคือเสียงกับความหมาย
๗.ข้อใดสะท้อนวัฒนธรรมการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามระบบบุคคล
                ๑. คำไวพจน์                                          ๒. คำราชาศัพท์
                ๓. คำเป็น คำตาย                                                 ๔. คำประพันธ์ร้อยกรอง
๘. สำนวนไทยในข้อใดสะท้อนเกี่ยวกับวัฒนธรรมการเลือกคู่ครองที่ดี
                ๑. คลุมถุงชน                                         ๒. มดแดงแฝงพวงมะม่วง
                ๓. เข้าตามตรอกออกตามประตู          ๔. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
๙. ข้อใดแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของภาษาได้ชัดเจนที่สุด
                ๑. การใช้ชื่อขนมมงคลในงานขึ้นบ้านใหม่
                ๒. การอบรมสั่งสอนนักเรียนให้มีความซื่อสัตย์
                ๓. การใช้เครื่องมือเครื่องใช้ในบ้านที่สะอาดและเก็บเป็นระเบียบ
                ๔. การถ่ายทอดความรู้เรื่องอาหารไทยแก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
๑๐. ข้อใดแสดงให้เห็นว่าภาษาช่วยธำรงสังคม
                ๑. บทกล่อมเด็ก                                    ๒. นิราศภูเขาทอง
                ๓. กฎหมายตราสามดวง                      ๔. กลอนบทละครเรื่อง อิเหนา
 
 
 


แบบทดสอบก่อนเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ ๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ การสร้างคำในภาษาไทย
จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
๑๑.         ข้อใดไม่ใช่คำสมาส
                ๑.            ภูมิลำเนา                                               ๒.            ภูมิศาสตร์             
                ๓.            ภูมิทัศน์                                   ๔.            ภูมิประเทศ
๑๒.         ข้อใดไม่ใช่คำสมาสระหว่างภาษาบาลีกับภาษาบาลี
                ๑.            กิตติคุณ                                 ๒.            มหาสาวก             
                ๓.            หินชาติ                                   ๔.            มัธยมศึกษา
๑๓.         ข้อใดไม่ใช่คำสมาสระหว่างภาษาสันสกฤตกับภาษาสันสกฤต
                ๑.            ธรรมจริยา                                              ๒.            เศวตฉัตร               
                ๓.            ประถมศึกษา                                         ๔.            เมตตาธรรม
๑๔.         ข้อใดเป็นคำสมาสแบบที่มีการสนธิ
                ๑.            ถาวรวัตถุ                                               ๒.            อนุกรรมการ         
                ๓.            ราชินูปถัมภ์                                            ๔.            ศึกษานิเทศก์
๑๕.         ข้อใดไม่ใช่คำสมาสแบบมีการสนธิ
                ๑.            ราโชบาย                                                ๒.            ราชูปถัมภ์             
                ๓.            ศาสนูปถัมภก                                        ๔.            พุทธศาสนา
๑๖.         ข้อใดแยกคำสมาสแบบที่มีการสนธิไม่ถูกต้อง
                ๑.            ธนานุบาล – ธนา + อนุบาล                                ๒.            พุทธานุภาพ – พุทธ + อนุภาพ           
                ๓.            วโนทยาน – วน + อุทยาน    ๔.            สัตวบาล – สัตว์ + อนุบาล
๑๗.         ข้อเขียนสะกดไม่ถูกต้องตามหลักคำสมาส
                ๑.            ลักษณนาม            ๒.            ทักษสัมพันธ์
                ๓.            วิทยฐานะ               ๔.            คณะบดี
 
 
 
 
๑๘.         ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหลักการสร้างคำสมาส
                ๑.            คำสมาสจะต้องเกิดจากการรวมคำบาลีหรือสันสกฤตเท่านั้น
                ๒.            คำสมาสจะต้องเกิดจากการรวมคำบาลีกับคำบาลีเท่านั้น
                ๓.            คำสมาสจะต้องเกิดจากการรวมคำสันสกฤตกับคำสันสกฤตเท่านั้น
                ๔.            คำสมาสจะเกิดจากการรวมคำในภาษาใดก็ได้
๑๙.         การสร้างคำสมาสจะคล้ายกับการสร้างคำด้วยวิธีใดมากที่สุด
                ๑.            คำประสม              ๒.            คำซ้อน
                ๓.            คำซ้ำ                                                                      ๔.            คำมูล
๒๐.         ข้อใดเป็นการสร้างคำตามวิธีของภาษาบาลีและสันสกฤต
                ๑.            คำประสม              ๒.            คำแผลง
                ๓.            คำมูล      ๔.            คำสมาส
 
 
 
 
 
 
 
 
 




แบบทดสอบก่อนเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษากับความคิด
จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
๒๑.         สิ่งใดที่เกิดจากความคิดของมนุษย์
                ๑. น้ำตา                                 ๒. น้ำตาล
                ๓. น้ำเต้า                                                ๔. น้ำมะพร้าว
๒๒. ข้อใดมีความสัมพันธ์กันมากที่สุด
                ๑. ภาษากับความคิด                            ๒. สัญลักษณ์กับคำพูด
                ๓. สติปัญญากับร่างกาย                     ๔. ความชำนาญกับความคิด
๒๓. เพราะเหตุใดมนุษย์จึงสามารถแสดงความคิดของตนออกมาได้
                ๑. เพราะมนุษย์เป็นผู้มีเหตุผล
                ๒. เพราะมนุษย์มีความเฉลียวฉลาด
                ๓. เพราะมนุษย์เป็นผู้มีความคิด มีสติปัญญา
                ๔. เพราะมนุษย์มีภาษาซึ่งเป็นระบบสัญลักษณ์ใช้
๒๔. สิ่งที่มนุษย์ใช้ถ่ายทอดความคิดออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุดคือข้อใด
                ๑. ภาษา                                 ๒. วัจนภาษา
                ๓. อวัจนภาษา                                       ๔. สัญลักษณ์ต่างๆ
๒๕. การแสดงความคิดที่มีเหตุผลแต่ละตอนนั้นจะต้องประกอบด้วยข้อความสองช่วงด้วยกัน ช่วงหนึ่งคือ .......... อีกช่วงหนึ่งคือ .......... ควรเติมข้อความใดลงในช่องว่าง
                ๑. ข้อมูล เหตุผล                                    ๒. เหตุผล ข้อสรุป
                ๓. ข้อสรุป ข้อเท็จจริง                            ๔. ข้อเท็จจริง เหตุผล
๒๖. ข้อใดแสดงว่าเป็นการคิดอย่างมีเหตุผล
                ๑. ฉันชอบนักร้องคนนี้เพราะกำลังเป็นขวัญใจวัยรุ่น
                ๒. รายการนี้เป็นรายการที่ดีและมีประโยชน์เพราะมีผู้ชมมาก
                ๓. นักเขียนคนนี้ประสบความสำเร็จเพราะเป็นนักเขียนร่วมสมัย
                ๔. นักร้องคนนี้แม้จะเป็นหวัดเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง แต่เสียงของเขาก็ยังน่าฟัง
 
 
 
๒๗. ข้อใดไม่ใช่การใช้ภาษาที่มีเหตุผล
                ๑. เพราะว่าแม่รักเขามากกว่าลูกคนอื่น พ่อจึงรักเขาด้วย
                ๒. เนื่องจากเขาเป็นหวัด เขาจึงไม่แน่ใจว่าจะร้องเพลงได้ดี
                ๓. เขาจำเป็นต้องผิดกิจการลงเพราะการค้าของเขาขาดทุนมาเป็นเวลานาน
                ๔. ใครๆ ก็รักหัวหน้าห้องทั้งนั้น เพราเขามีน้ำใจและมีความรับผิดชอบสูงมาก
๒๘. ผู้ที่เชื่อข่าวลือในทันที แสดงว่าผู้นั้นมีความคิดในลักษณะใด
                ๑. คิดเลื่อนลอย                                    ๒. คิดด้อยเหตุผล
                ๓. คิดยลด้านเดียว                                ๔. คิดไม่เฉลียวฉลาด
๒๙. ข้อใดไม่ใช่อุปสรรคของการคิด
                ๑. มีอคติหรือลำเอียง
                ๒. การขาดพื้นความรู้ที่เพียงพอ
                ๓. สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย
                ๔. ขาดการใช้ภาษาแสดงความคิด
๓๐. อุปสรรคของการคิดที่สำคัญที่สุดอันจะทำให้การคิดผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจได้แก่ข้อใด
                ๑. มีความซ้ำซากจำเจ
                ๒. มีอคติ คือความลำเอียง
                ๓. การขาดพื้นความรู้ที่เพียงพอ
                ๔. สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

IP : 182.53.159.35
โพสเมื่อวันที่ : 10 พ.ย. 2564,13:19 น.
สมาชิกล็อกอินเข้าระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ชื่อล็อกอิน:
รหัสผ่าน: