เฉลยปัญหาวิชาพุทธประวัติ
นักธรรมชั้นตรี
สอบในโครงการอบรม
วันพุธ ที่
๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
-------------------------
๑. ประชาชนในชมพูทวีป
มีกี่จำพวก ? อะไรบ้าง ?
มี ๒ จำพวก คือ (ข้อละ ๕ คะแนน)
๑)
มิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิม ๒) อริยกะ พวกอพยพมาใหม่
ฯ
๒. ประชาชนในชมพูทวีปแบ่งออกเป็นกี่วรรณะ ? อะไรบ้าง ? มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร ?
แบ่งออกเป็น
๔ วรรณะ (๒ คะแนน) คือ
(วรรณะและหน้าที่ อย่างละ ๑ คะแนน)
๑. กษัตริย์ มีหน้าที่ปกครอง
๒. พราหมณ์ มีหน้าที่ทางฝึกสอนและทำพิธี
๓. แพศย์ มีหน้าที่ทางทำนาค้าขาย
๔. ศูทร มีหน้าที่รับจ้าง ฯ
๓. พระพุทธเจ้าสืบเชื้อสายมาจากชนชาติใด ? ชนชาตินั้นมาตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปได้อย่างไร
?
สืบเชื้อสายมาจากชนชาติอริยกะ
(๕ คะแนน)
ชาวอริยกะนั้นเป็นผู้เจริญด้วยความรู้และขนบธรรมเนียม
มีฤทธิ์มีอำนาจมากกว่าพวกมิลักขะเจ้าของถิ่นเดิม เมื่อข้ามภูเขาหิมาลัยมา
ก็รุกไล่พวกมิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิมให้ถอยเลื่อนลงมาทางใต้
แล้วเข้าตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปแทน ฯ (๕
คะแนน)
๔. พระนามและนามดังต่อไปนี้
เกี่ยวข้องกับเจ้าชายสิทธัตถะอย่างไร ?
ก.
พระเจ้าสุทโธทนะ ข. พระนางเจ้าสิริมหามายา
ค.
พระนันทะ ง. วิศวามิตร จ. นายฉันนะ
พระนามและนามดังต่อไปนี้
เกี่ยวข้องกับเจ้าชายสิทธัตถะ ดังนี้
(ข้อละ ๒ คะแนน)
ก.
พระเจ้าสุทโธทนะ เป็นพระราชบิดา
ข.
พระนางเจ้าสิริมหามายา เป็นพระราชมารดา
ค.
พระนันทะ เป็นพระกนิษฐภาดาต่างพระมารดา
ง.
วิศวามิตร เป็นครูผู้สอนศิลปวิทยาเมื่อยังทรงพระเยาว์
จ.
นายฉันนะ เป็นผู้ตามเสด็จในคราวออกผนวช ฯ
๕. ปัญจวัคคีย์ ได้แก่ใครบ้าง ?ท่านเหล่านั้นอุปสมบทด้วยวิธีอะไร ? และบรรลุอรหัตผลที่ไหน ?
ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ ๑ พระวัปปะ ๑
พระภัททิยะ ๑ พระมหานามะ ๑ พระอัสสชิ ๑ ฯ
(๕ คะแนน)
อุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
ฯ บรรลุอรหัตผลที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
เมืองพาราณสี ฯ (๕ คะแนน)
๖. ถูปารหบุคคล คือบุคคลเช่นไร ?มีกี่ประเภท ? คือใครบ้าง ?
คือ
บุคคลที่ควรบรรจุอัฐิธาตุไว้ในสถูป
เพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการบูชาด้วยความเลื่อมใส ฯ (๕ คะแนน)
มี ๔
ประเภท ฯ (๑ คะแนน)
คือ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ พระปัจเจกพุทธเจ้า
๑ พระอรหันต์ ๑ พระเจ้าจักรพรรดิราช ๑ ฯ
(๔ คะแนน)
๗. การปลงอายุสังขารของพระพุทธองค์
ถือโดยใจความว่าอย่างไร ? และทรงปลงอายุสังขารเมื่อใด
?
ถือโดยใจความว่า
พระองค์ทรงปลงพระทัยว่าจะทรงบำเพ็ญพุทธกิจต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
เพราะปรารภถึงสังขารของพระองค์ว่า ทรงพระชราแก่เฒ่าเป็นผู้ใหญ่
ล่วงกาลผ่านวัยเสียแล้ว
ที่ทรงเปรียบว่ากายของพระองค์เป็นประหนึ่งเกวียนชำรุดที่ซ่อมแซมด้วยไม้ไผ่
มิใช่สัมภาระเกวียนฉะนั้น ฯ (๕ คะแนน)
เมื่อวันเพ็ญ
เดือน ๓ ก่อนวันปรินิพพาน ๓ เดือน ฯ (๕ คะแนน)
๘. พระปัจฉิมโอวาท
มีใจความว่าอย่างไร ?
ทรงประทานที่ไหน ?
มีใจความว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บัดนี้เราผู้พระตถาคตเตือนท่านทั้งหลายให้รู้สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด
ฯ (๕ คะแนน)
ณ สาลวโนทยาน กรุงกุสินารา แคว้นมัลละ ฯ (๕ คะแนน)
ศาสนพิธี
๙. การแสดงความเคารพมีกี่วิธี ? อะไรบ้าง ? ในแต่ละวิธีนั้น มีวิธีปฏิบัติอย่างไร ?
มี ๓ วิธีคือ ประนมมือ ๑ ไหว้ ๑
กราบ ๑ ฯ (๔ คะแนน) (อธิบายวิธีละ ๒ คะแนน)
ประนมมือ
คือการกระพุ่มมือทั้งสองประกบกันไว้ระหว่างอก
โดยให้ทุกนิ้วของมือทั้งสองแนบชิดติดตรงกัน
ไหว้
คือการยกมือที่ประนมขึ้นพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยให้มือประนมจรดหน้าผาก นิ้วมือทั้ง ๒
อยู่ระหว่างคิ้ว
กราบ
คือการแสดงอาการกราบราบลงพื้นด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ได้แก่กราบด้วยองค์ ๕ คือ
หน้าผาก ๑ ฝ่ามือ ๒ เข่า ๒ จรดพื้น ฯ
๑๐. อุโบสถ
กับ ปกติอุโบสถ หมายถึงอะไร ?
อุโบสถ หมายถึง การเข้าจำ คือการจำศีล
เป็นอุบายขัดเกลากิเลสอย่างหยาบให้เบาบาง
เป็นทางแห่งความสงบระงับอันเป็นความสุขอย่างสูงสุดในพระพุทธศาสนา ฯ (๕ คะแนน)
ปกติอุโบสถ หมายถึง
อุโบสถที่รักษากันในวันพระตามปกติ
เฉพาะวันหนึ่งคืนหนึ่งอย่างที่อุบาสกอุบาสิการักษาอยู่ในปัจจุบัน ฯ (๕ คะแนน)
|