ฝ่ายนักธรรม-ธรรมะ

 

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  นักธรรมชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันศุกร์ ที่  ๒๒  พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕

 

 ๑.      ๑.๑คนที่ทำอะไรมักพลั้งพลาด เพราะขาดธรรมอะไร  ?

          ๑.๒ผู้ได้ชื่อว่ากตัญญูกตเวทีบุคคล  เพราะปฏิบัติตนอย่างไร ?

 ๑.      ๑.๑เพราะขาดสติ ความระลึกได้ก่อนแต่จะทำ และขาดสัมปชัญญะ ความรู้ตัวในขณะทำ ฯ

          ๑.๒เพราะเป็นผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน ฯ

 ๒.      ๒.๑พระรัตนตรัยมีอะไรบ้าง ?

          ๒.๒รัตนะที่ ๑ หมายถึงใคร ?  จงอธิบาย

 ๒.      ๒.๑มีพระพุทธ ๑   พระธรรม ๑   พระสงฆ์ ๑ ฯ

          ๒.๒หมายถึงพระพุทธเจ้า ฯ ได้แก่ท่านผู้สอนให้ประชุมชนประพฤติชอบด้วยกาย       วาจา ใจ ตามพระธรรมวินัยที่ท่านเรียกว่า พระพุทธศาสนา ฯ

 ๓.      ๓.๑โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ อย่าง มีอะไรบ้าง ?

          ๓.๒บุคคลผู้หวังความเจริญ ควรตั้งอยู่ในธรรมอะไร ?   มีอะไรบ้าง ?

 ๓.      ๓.๑    ๑) เว้นจากทุจริต คือ ประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ

                    ๒) ประกอบสุจริต คือ ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ

                    ๓) ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น ฯ

          ๓.๒    ควรตั้งอยู่ในวุฑฒิธรรม ฯ   มี

                   ๑) คบสัตบุรุษ

                   ๒) ฟังคำสั่งสอนของท่านโดยเคารพ

                    ๓) ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายที่ชอบ

                    ๔) ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมซึ่งได้ตรองเห็นแล้ว ฯ

 ๔.      ๔.๑ผู้ประกอบกิจการงานสำเร็จตามความประสงค์เพราะประพฤติธรรมอะไร ?มีอะไรบ้าง ?

          ๔.๒คำว่าทุกข์ได้แก่อะไร ?   มีสาเหตุมาจากอะไร ?

 ๔.      ๔.๑เพราะประพฤติอิทธิบาท ๔  มี

                    ๑)ฉันทะ        พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น

                    ๒)วิริยะ         เพียรประกอบสิ่งนั้น

                    ๓)จิตตะ         เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น ไม่วางธุระ

                    ๔)วิมังสา        หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น ฯ

          ๔.๒ได้แก่ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ฯ  มีสาเหตุมาจากตัณหา ความทะยานอยาก ฯ

 ๕.      ๕.๑"รู้รักสามัคคี"เกิดขึ้นเพราะปฏิบัติธรรมอะไร ?

          ๕.๒อปริหานิยธรรม คืออะไร ?   มีกี่ข้อ ? จงแสดงมา ๑ ข้อ

๕.       ๕.๑สาราณิยธรรม ฯ

          ๕.๒คือธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม   มี ๗ ข้อ ฯ (ตอบข้อใดข้อหนึ่ง) คือ

                    ๑)หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์

                    ๒)เมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกันเลิกและพร้อมเพรียงกันช่วยทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำ

                    ๓)ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้น ไม่ถอนสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้แล้ว สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบทตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้

                   ๔)ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ เป็นประธานในสงฆ์ เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้น เชื่อฟังถ้อยคำของท่าน

                   ๕)ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น

                   ๖)ยินดีในเสนาสนะป่า

                   ๗)ตั้งใจอยู่ว่า เพื่อนภิกษุสามเณรซึ่งเป็นผู้มีศีล ซึ่งยังไม่มาสู่อาวาส ขอให้มาที่มาแล้ว ขอให้อยู่เป็นสุข ฯ

 ๖.      ๖.๑มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้ประมาณ ในสัปปุริสธรรม  มีอธิบายไว้อย่างไร ?

          ๖.๒คำว่า  เจรจาชอบ  ในมรรคมีองค์ ๘ นั้น คือเจรจาอย่างไร ?

 ๖.      ๖.๑ความเป็นผู้รู้ประมาณในการแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีวิตแต่โดยทางที่ชอบและรู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอควร ฯ

          ๖.๒ คือเว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูดส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ และเว้นจากพูดเพ้อเจ้อ ฯ

 ๗.      ๗.๑นาถกรณธรรมคืออะไร ?

          ๗.๒นาถกรณธรรมข้อว่า กัลยาณมิตตตา หมายความว่าอย่างไร ?

 ๗.      ๗.๑คือธรรมทำที่พึ่ง ฯ

          ๗.๒ความเป็นผู้มีเพื่อนดีงาม ไม่คบคนชั่ว ฯ

 ๘.      ๘.๑มิตรแท้ ๔ จำพวก คือใครบ้าง ?

          ๘.๒คำต่อไปนี้แปลว่าอย่างไร ?

          ก) อติถิพลี               ข) ปุพพเปตพลี

 ๘.      ๘.๑    คือ      ๑) มิตรมีอุปการะ                          ๒) มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์

                             ๓) มิตรแนะประโยชน์                     ๔) มิตรมีความรักใคร่ ฯ

          ๘.๒    ก)การต้อนรับแขก     

ข)การทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ฯ

 ๙.      ๙.๑คำว่า อุบาสก  อุบาสิกา  แปลว่าอะไร ?

          ๙.๒การค้าขายยาเสพติดมียาบ้าเป็นต้นจัดเข้าในมิจฉาวณิชชาข้อไหน ?

 ๙.      ๙.๑อุบาสก  แปลว่า ชายผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย

          อุบาสิกา แปลว่า หญิงผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย ฯ

          ๙.๒การค้าขายน้ำเมา ฯ

๑๐.     ๑๐.๑การถือมงคลตื่นข่าวคือถืออย่างไร ? พระพุทธศาสนาสอนให้ถืออย่างนั้นหรืออย่างไร ?

๑๐.๒สมณพราหมณ์ เมื่อได้รับการบำรุงแล้ว ย่อมอนุเคราะห์กุลบุตรอย่างไรบ้าง ?

๑๐.    ๑๐.๑ถือว่านี้ฤกษ์ดี ยามดี เป็นมงคลดี นี้ฤกษ์ไม่ดี ยามไม่ดี ไม่เป็นสวัสดิมงคล ฯ 

          พระพุทธศาสนาสอนไม่ให้ถือเช่นนั้น สอนให้เชื่อว่า เรามีกรรมเป็นของของตน เราทำดีจักได้ดี ทำชั่วจักได้ชั่ว ฯ

          ๑๐.๒  อย่างนี้ คือ

                    ๑) ห้ามไม่ให้กระทำความชั่ว            

๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี

                    ๓) อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจอันงาม                  

๔) ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง

                    ๕) ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ้ง            

๖) บอกทางสวรรค์ให้ ฯ