ฝ่ายนักธรรม-วินัย
                                                  กัณฑ์ที่  ๓
                                                  สิกขาบท
๑.  สิกขากับสิกขาบทต่างกันอย่างไร ?
สิกขากับสิกขาบทต่างกันดังนี้ 
สิกขา ข้อที่ภิกษุต้องศึกษา
ส่วน สิกขาบท คือ พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ หรือ เป็นสิกขาบทหนึ่ง
๒.  สิกขาบท  คืออะไร  
พระบัญญัติมาตราหนึ่งเป็นสิกขาบทอันหนึ่ง ๆ หรือรวมมูลบัญญัติและอนุบัญญัติ เรียกว่าสิกขาบท
๓.  สิกขาบทมีกี่ประเภท คืออะไรบ้าง  
สิกขาบทมี  ๒ ประเภท  คือ  ที่นำมาสวดในพระปาติโมกข์  กับที่ไม่ได้นำมาสวดในพระปาติโมกข์  ซึ่งเรียกว่าสิกขาบทที่มานอกพระปาติโมกข์
๔.  สิกขาบทที่นำมาสวดทุกกึ่งเดือน  เรียกว่าสวดพระปาติโมกข์นั้น  มีเท่าไร  ?
สิกขาบทที่ที่นำมาสวดในพระปาติโมกข์  มี  ๒๒๗  สิกขาบท  
๕.  อาบัติ  คือ...........................................
อาบัติ  คือโทษที่ละเมิดสิกขาบท,  
๖.  สิกขาบทของภิกษุมี  ๒  ประเภท  คือที่นำมาสวด.......................  กับที่ไม่ได้นำมาสวด.............................
สิกขาบทของภิกษุ  มี  ๒  ประเภท  คือ  ที่นำมาสวดในพระปาติโมกข์  ซึ่งเรียกว่า  สิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์  กับสิกขาบทที่ไม่ได้นำมาสวด  เรียกว่า  สิกขาบทที่มานอกพระปาติโมกข์    
๗.  สิกขาบทในพระปาติโมกข์ที่สวดกันอยู่ในปัจจุบันนี้  ได้แก่อะไรบ้าง  ?
สิกขาบทในพระปาติโมกข์ที่สวดกันอยู่ในปัจจุบันนี้  ได้แก่  ปาราชิก  ๔  สังฆาทิเสส  ๑๓  อนิยต  ๒  นิสสัคคิยปาจิตตีย์  ๓๐  ปาจิตตีย์  ๙๒  ปาฏิเทสนียะ  ๔  เสขิยวัตร  ๗๕  นับทั้งอธิกรณสมถะ อีก  ๗  รวมเป็น  ๒๒๗  ฯ
๘.  สิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์มีเท่าไร  อะไรบ้าง  ปรับอาบัติแก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิดสิกขาบทเหล่านั้นทั้งหมดหรืออย่างไร  ?
สิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์  ๒๒๐  นับทั้งอธิกรณสมถะด้วย เป็น  ๒๒๗  คือ  ปาราชิก  ๔  สังฆาทิเสส  ๑๓  อนิยต  ๒ นิสสัคคิยปาจิตตีย์  ๓๐  สุทธิกปาจิตตีย์  ๙๒  ปาฏิเทสนียะ  ๔  เสขิยะ  ๗๕  อธิกรณสมถะ  ๗  ไม่ปรับอาบัติทั้งหมด  คืออธิกรณสมถะ  ๗  เป็นวิธีระงับอธิกรณ์เท่านั้น  ไม่เป็นอาบัติอะไร ฯ
๙.  อาทิพรหมจริยาสิกขา   คืออะไร?     
อาทิพรหมจริยาสิกขา    คือข้อศึกษาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์    
๑๐.  อภิสมาจาริกาสิกขา คืออะไร ?
อภิสมาจาริกาสิกขา    คือข้อศึกษาอันเนื่องด้วยอภิสมาจารคือมารยาทอันดีงาม

๑๑.  สิกขามีเท่าไร  อะไรบ้าง?
มี ๓ คือศีล ความรักษากายวาจาให้เรียบร้อย,สมาธิ ความรักษาใจมั่น,ปัญญา ความรอบรู้ในกองสังขาร
๑๒.  สิกขามีเท่าไร  มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร ?
ศีล กำจัดกิเลสอย่างหยาบอันให้ล่วงทางกาย  วาจาเรียกวีติกกมะ ,
สมาธิกำจัดกิเลสที่ให้กลัดกลุ้มรุมใจ เรียกว่า ปริยุฏฐาน,
ปัญญา สำหรับกำจัดกิเลสอย่างละเอียดที่นอนที่เนื่องอยู่ในสันดาน เรียกว่าอนุสัย
๑๓.  ในสิกขาบทหนึ่ง  มีเฉพาะมูลบัญญัติหรืออนุบัญญัติ   หรือมีทั้ง  ๒  อย่าง  เพราะเหตุไร?
เพราะเหตุที่ทรงบัญญัติไว้นั้นยังไม่เหมาะสม ถ้ายังละหลวมก็ทรงบัญญัติเพิ่มให้ตึงขึ้น  ถ้าตึงเกินไปก็ลดหย่อนผ่อนลงมาหาความพอดี ถ้าสิกขาบทไหนพอเหมาะพอดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องบัญญัติ
๑๔.  สิกขา  ๓  เมื่อศึกษาแล้วจะได้ประโยชน์อะไร?
ศีล ทำให้เป็นคนมีกาย วาจาเรียบร้อย,
สมาธิทำให้มีจิตใจมั่นคง ไม่ฟุ้งซ่าน,
ปัญญา ทำให้รอบรู้ในกองสังขาร
๑๕.  สิกขาบทที่มาในพระปาฏิโมกข์มีเท่าไร  อะไรบ้าง?
มี  ๒๒๗  คือ ปาราชิก ๔,สังฆาทิเสส ๑๓,อนิยต ๒,นิสสัคคียปาจิตตีย์ ๓๐,ปาจิตตีย์๙๒,ปาฏิเทสนียะ ๔,เสขิยวัตร ๗๕,อธิกรณสมถ ๗  รวมเป็น ๒๒๗
๑๖.  อาทิพรหมจริยาสิกขา   คืออะไร?     
อาทิพรหมจริยาสิกขา    คือข้อศึกษาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์    
๑๗.  อภิสมาจาริกาสิกขา คืออะไร ?
อภิสมาจาริกาสิกขา    คือข้อศึกษาอันเนื่องด้วยอภิสมาจารคือมารยาทอันดีงาม
๑๘.  สิกขาบทมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
สิกขาบทมี   ๒  ประเภท คือ ที่นำมาสวดในพระปาติโมกข์    กับที่ไม่ได้นำมาสวดซี่งเรียก  ว่าสิกขาบทนอกพระปาติโมกข์
๑๙.  สิกขาบท  คืออะไร
สิกขาบท คือ พระบัญญัติมาตราหนึ่งเป็นสิกขาบทอันหนึ่ง
๒๐.  สิกขาบทที่มาในพระปาฏิโมกข์  มีเท่าไร  อะไรบ้าง
สิกขาบท ที่มีมาในพระปาฏิโมกข์  มี ๒๒๗  ข้อ คือ ปาราชิก  ๔  สังฆาทิเสส  ๑๓  อนิยต  ๒  นิสสัคคียปาจิตตีย์  ๓๐  ปาจิตตีย์  ๙๒  ปาฏิเทสนิย  ๔  เสขิยวัตร  ๗๕ อธิกรณสมถะ  ๗
๒๑.  ภิกษุสามเณรมีหลักแห่งการศึกษาอย่างไร ศึกษาตามหลักนั้น ได้ประโยชน์อย่างไร 
ภิกษุสามเณรมีการศึกษาอย่างนี้ คือ มีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นหลักการศึกษา ได้ประโยชน์อย่างนี้ คือ เป็นอุบายให้มีมารยาทเรียบร้อย มีสมณสัญญา ไม่ต้องเดือดร้อนใจ สมาธิ อบรมในหใสงบสงัดขจัดความฟุ้งซ่าน ปัญญา  ให้เกิดความรู้แจ่มแจ้งชัดในธรรมดา ไม่หลวงงมงายในสังขาร


๒๒.  สิกขาบทที่มาในพระปาฎิโมกข์ปรับอาบัติแต่ภิกษุผู้ล่วงละเมิดตรงและโดยอ้อมมีอย่างละเท่าไร?
สิกขาบทที่มาในพระปาฏิโมกข์ ปรับอาบัติโดยตรง มี ๔ คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์  อันต่างโดยนิสสัคคียะ และสุทธิกะ และปาฏิเทสนียะ โดยอ้อม ๓ คือ ถุลลัจจัย  ทุกกฏ ทุพภษิต 
๒๓.  ภิกษุสามเณรมีหลักแห่งการศึกษาอย่างไร  ศึกษาตามหลักนั้น  ได้ประโยชน์อย่างไร
ภิกษุสามเณรมีการศึกษาอย่างนี้ คือ มีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นหลักการศึกษา ได้ประโยชน์อย่างนี้คือ เป็นอุบายให้มีมารยาทเรียบร้อย มีสมณสัญญา ไม่ต้องเดือดร้อนใจ สมาธิอบรมใจให้สงบสงัดขจัดความฟุ้งซ่าน  ปัญญา ให้เกิดความรู้แจ่มแจ้งชัดในธรรมดา ไม่หลงงมงายในสังขาร